

ข้อมูลลักษณะสภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ลักษณะของดิน
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองฮี มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 74.76 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 45,952 ไร่ โดยมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลกุตาไก้ และตำบลปลาปาก อำเภอปลาปาก
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร ตำบลพระซอง และตำบลนาเลียง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลนางาม ตำบลเรณู และตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลหนองเทาใหญ่ ตำบลปลาปาก
โดยตำบลหนองฮีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของที่ทำการอำเภอปลาปาก ห่างจากที่ว่าการอำเภอปลาปากประมาณ ๖ กิโลเมตร อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดนครพนม ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่แยกเป็นรายหมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ 1 บ้านหนองฮี หมู่ที่ 7 บ้านหนองกกคูณ
หมู่ที่ 2 บ้านหนองฮี หมู่ที่ 8 บ้านนาสะเดา
หมู่ที่ 3 บ้านโพนทัน หมู่ที่ ๙ บ้านโพนทันกลาง
หมู่ที่ 4 บ้านจรุกเตย หมู่ที่ 10 บ้านกรุงใหม่
หมู่ที่ 5 บ้านผักอีตู่ หมู่ที่ ๑๑ บ้านหนองฮี
หมู่ที่ 6 บ้านกุงโกน หมู่ที่ 12 บ้านหนองฮี
ภูมิประเทศ มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มสลับที่ดอน หรือมีลักษณะภูมิประเทศแบบลูกคลื่นลอนตื้น
โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ ๑๖๐ - ๑๘๐ เมตร สามารถจำแนกพื้นที่ออกเป็น
๒ ลักษณะเด่น
- พื้นที่ดอนและที่ราบสูงขนาดย่อม: ส่วนใหญ่ปรากฏอยู่ทางตอนบนและทางทิศตะวันออกของตำบล เขตติดต่อกับอำเภอเรณูนคร พื้นที่บริเวณนี้ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง ประชากรจึงใช้ประโยชน์ในการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน และทำเกษตรกรรมประเภทพืชไร่ พืชสวน และการทำสวนยางพารา
- พื้นที่ราบลุ่มต่ำ: มีลักษณะเป็นแอ่งรองรับน้ำขนาดย่อมลาดเอียงเข้าสู่ใจกลางตำบล
ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำสำคัญคือ อ่างเก็บน้ำห้วยแคน พื้นที่บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของตะกอนดินสูง ประชากรส่วนใหญ่จึงใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรมประเภทนาข้าว ทั้งการทำนาปีและนาปรัง เนื่องจากสามารถดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำมาใช้ในระบบชลประทานขนาดย่อมได้สะดวก
ภูมิอากาศ จัดอยู่ในภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน หรือภูมิอากาศแบบสะวันน่า ซึ่งได้รับอิทธิพลหลักจากลมมรสุมที่พัดผ่านประเทศไทย ๒ ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ นำความหนาวเย็นและแห้งแล้ง
และลมมรสุมตะวันตกร้อนเฉียงใต้ นำความชื้นและฝน ส่งผลให้มีลักษณะอากาศเปลี่ยนแปลงชดเจนใน ๓ ฤดูกาล
- ฤดูร้อน (กลางเดือนมีนาคม - พฤษภาคม): มีความร้อนอบอ้าวและแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในรอบปีอยู่ระหว่าง ๓๕ - ๔๐ องศาเซลเซียส และในบางช่วงอาจเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงอันเนื่องมาจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะ
- ฤดูฝน (เดือนมิถุนายน - กันยายน): มีฝนตกชุกและกระจายตัวทั่วพื้นที่ ปริมาณน้ำฝนมีความหนาแน่นที่สุดในรอบปีช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสภาวะเกื้อกูลต่อการกักเก็บน้ำดิบในอ่างเก็บน้ำห้วยแคน
เพื่อประโยชน์ทางการเกษตร
- ฤดูหนาว (เดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์): สภาพอากาศมีความหนาวเย็น แห้ง และมีลมแรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดอาจลดลงถึง ๑๒ - ๑๕ องศาเซลเซียส
สภาพดินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนทรายในบริเวณที่ลุ่มต่ำ
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
- พื้นที่เกษตรกรรม (ประมาณร้อยละ ๗๐ ของพื้นที่ทั้งหมด): ใช้สำหรับการทำนาข้าว สวนยางพารา และพืชไร่หมุนเวียน
- พื้นที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้าง: ตั้งถิ่นฐานรวมกันเป็นกลุ่มชุมชนหนาแน่นตามแนวถนนทางหลวงชนบท โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่หมู่ที่ ๑, ๕, ๖ และ ๗
- พื้นที่สาธารณะ แหล่งน้ำ และป่าชุมชน: เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามธรรมชาติและศาสนสถาน
ประจำหมู่บ้าน
ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ ได้แก่
- ป่าชุมชนและป่าละเมาะประจำหมู่บ้าน: เป็นแหล่งอาหารชุมชนตามฤดูกาล (เช่น เห็ดป่า ผักหวาน และของป่า) และเป็นพื้นที่อนุรักษ์เชิงระบบนิเวศรอบศาสนสถาน
- ดินร่วนปนทรายและดินเหนียวปนทราย: ดินในบริเวณที่ราบลุ่มต่ำรอบอ่างเก็บน้ำมีความ
สามารถในการกักเก็บธาตุอาหารได้ดี เหมาะแก่การทำอุตสาหกรรมจักสานหมุนเวียนและการทำนาข้าวเศรษฐกิจ
- พื้นที่ดอน: มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจระยะยาว โดยเฉพาะการทำสวนยางพารา และพืชไร่ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักอีกทางหนึ่งของราษฎรในพื้นที่
- อ่างเก็บน้ำห้วยแคน: เป็นอุทยานและแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางตำบล
เป็นแหล่งกักเก็บน้ำดิบหลักที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคของภาคครัวเรือน และเป็นศูนย์กลางระบบชลประทานขนาดย่อมที่ส่งจ่ายน้ำเข้าสู่พื้นที่ทำนาปรังและการปศุสัตว์
- ลุ่มน้ำและลำห้วยสาขา: มีลำห้วยสายย่อยไหลผ่านกระจายตัวตามหมู่บ้านต่าง ๆ ช่วยระบายน้ำ
และรักษาความชุ่มชื้นของชั้นดินในฤดูฝน รวมถึงหนองน้ำประจำหมู่บ้านที่ระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร
ได้อย่างทั่วถึง

